บทความอื่นๆWHO องค์การอนามัยโลกประกาศให้โรคติดเกม
WHO
แหล่งที่มาของภาพ: WHO องค์การอนามัยโลกประกาศให้โรคติดเกม
WHO องค์การอนามัยโลกประกาศให้โรคติดเกม

WHO

ไม่นานมานี้ WHO องค์การอนามัยโลกประกาศให้โรคติดเกม (Gaming Disorder) เป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง เหล่าเกมเมอร์หลายๆ คนอาจจะเริ่มสะกิดใจแล้วว่า เอ๊ะ เราเป็นปะวะ?

แต่ช้าก่อน! การเล่นเกมทุกวันวันหนึ่งไม่กี่ชั่วโมง หรือเล่นเกมอย่างไม่บันยะบันยังในวันหยุด และยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขนั้นไม่เข้าข่ายของโรคติดเกมตามที่ WHO กำหนด

แล้วแบบไหนถึงเรียกว่าติด ถึงเรียกว่าเป็นโรคที่ควรรักษา?

“เกมให้ในสิ่งที่ผมต้องการ” นาย Cam นามสมมติผู้เคยมีประสบการณ์ติดเกมมาก่อนเล่า

7 ปีที่แล้วเขาเคยติดเกมขนาดหนัก เล่น World of Warcraft วันละ 16 ชั่วโมง โกหกพ่อว่าเขาได้ทำงานที่ร้านอาหาร แต่เมื่อพ่อไปส่งแถวๆ ที่ทำงาน เขาก็แอบขึ้นรถเมล์กลับบ้านเพื่อเล่นเกม

ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีอะไรเลย มีแต่ World of Warcraft และตัวละคร Night Elf

เกมนี่แหละช่วยให้เขามีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ช่วยให้ลืมว่าทำไมเขาถึงต้องออกจากโรงเรียน ลืมว่าเคยถูกแกล้ง ทำให้เขามีตัวตนขึ้นมาในโลกใบนี้ แต่ก็แลกมาด้วยการโกหก ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เกิดรอยร้าว

นาย Cam บอกว่าก่อนที่จะติดเกมได้ขนาดนั้น เขาเคยเกือบฆ่าตัวตายมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ World of Warcraft ช่วยหยุดความคิดนั้นไว้ ตามมาด้วยการเล่นเกมแบบมาราธอน ราวกับไม่รู้เลยว่าปุ่มปิดเกมอยู่ตรงไหน

สุดท้าย Cam ก็เกิดคำถามกับตัวเอง “ถ้าฉันหยุดเล่นขึ้นมาจะเป็นยังไง?” ผลคือ Cam เขียนจดหมายลาตาย และยังจำได้ดีว่าในคืนนั้น แม่อุ่นซุปร้อนๆ เอาไว้ให้ Cam ร้องไห้กับชามซุปไปพลาง วางแผนฆ่าตัวตายไปพลาง แต่ก็ถูกขัดจังหวะเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังเพราะเพื่อนเพียงคนเดียวของ Cam ชวนเขาไปดูหนัง ปรากฏว่าหนังเรื่องนั้นสนุกมากจนเขาไม่ได้ทำตามแผนที่วางไว้

เหมือนจะได้ WoW ช่วยไว้ แต่พอขาด WoW ไป ความคิดด้านลบทุกอย่างก็กลับมา แสดงว่าเกมก็ไม่ได้ช่วยให้ Cam ดีขึ้น แต่ทำให้ Cam ไม่สนใจอะไรบนโลกใบนี้เลยนอกจากเกม

นาย Benjamin ผู้มีอาการติดเกมอีกคนหนึ่งบอกว่า ถ้าไม่ได้ติดเกมป่านนี้ติดยาไปแล้ว ฟังเหมือนจะดี แต่…

ชายวัยรุ่นคนหนึ่งที่หยุดเล่นเกมไม่ได้ เล่นจนเลยเวลานอนไปจนถึงตีห้า จะเลิกก็ตอนที่ได้ยินเสียงแม่ตื่นและรีบพุ่งตัวลงนอน แกล้งทำเป็นว่าหลับอยู่

เขาติดเกมหนักมากในระดับที่สอบตก 3 ครั้ง และไม่ได้อยู่ทีมกีฬาที่ใฝ่ฝันถึง แต่ Benjamin ก็ไม่ได้โทษเกมว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาติดเกม เขาบอกว่าตัวเองเล่นเกมแทบจะทุกประเภทในโลกนี้ เพียงแค่ไม่อยากจะทนอยู่กับชีวิตที่เขาไม่ต้องการ

“อยากจะเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่ตัวเอง อยากจะอยู่ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ตรงนี้” เมื่อได้รับการบำบัดก็พบว่าสาเหตุที่เขาติดเกมขนาดนี้ก็มาจากปัญหาครอบครัว ความวิตกกังวล และอาการซึมเศร้า

อาการติดเกมก็คล้ายกับอาการติดอะไรอย่างอื่นคือไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ รู้ตัวอีกทีก็อยู่กับสิ่งนั้นมาได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว และการเกิดอาการเช่นนี้ย่อมมีสาเหตุลึกๆ ซ่อนอยู่ ไม่ใช่ว่าคนที่ชอบเล่นเกมทุกคนจะมีอาการติดเกมแบบนั้นทั้งหมด

แต่ถ้ามีอาการคล้าย 2 คนข้างบนก็ควรรีบปรึกษาจิตแพทย์เพื่อหาสาเหตุและหาวิธีแก้ไขที่ถูกทางนะจ๊ะ