
มิลอส โจซิค กุนซือ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ยินดีกับลูกทีมผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลถ้วย ลีกคัพ 2018 หลังชนะ แกรนด์ อันดามัน ระนอง ยูไนเต็ด 3-1 เมื่อ 8 ส.ค.61 พร้อมชื่นชมความมุ่งมั่นของ ชาห์เรล ฟีกรี หัวหอกมาเลเซียที่ประเดิมประตูแรกกับทีม
สวาทแคทได้ประตูแรกจากฟรีคิกของ ชนัตพล สิกขะมณฑล ก่อนที่ ลี วอน แจ จะมาโขกประตูที่สอง และ ชาห์เรล ฟีกรี มาพังประตูที่สาม ซึ่งเป็นประตูแรกของเจ้าตัวในสีเสื้อสวาทแคท แม้จะพลาดเสียประตูจากลูกจุดโทษ แต่ยังเก็บชัย 3-1
“การเจอกับระนองทีมที่ปราบทีมต้นตารางของไทยลีกทั้งราชบุรีและบียูมา เรารู้ว่าเป็นเกมที่ไม่ง่ายในการลงไปเล่น”
“เกมครึ่งแรก เป็นเกมที่ค่อนข้างอึดอัดสำหรับเรา เพราะคู่แข่งเน้นตั้งเกมรับไว้ถึง 9 คน ดังนั้นการเข้าทำ เป็นการยากมาก แต่เราก็มาได้ประตูขึ้นนำก่อนหมดครึ่งแรก”
“ก่อนกลับมาครึ่งหลัง เรามีการพูดคุยกัน เพื่อเปิดพื้นที่ให้มากขึ้น ซึ่งก็มาสำเร็จผลกับการได้อีกสองประตู ถือว่าเป็นเกมที่น่าพอใจกับการทำได้สามประตู แต่เราก็ยังมีปัญหาที่ต้องแก้ในเรื่องเกมรุกอยู่ดี”
“ขอแสดงความยินดีกับทีมระนองที่มาได้ไกลมากๆในถ้วยใบนี้ และ แสดงความยินดีกับลูกทีมที่ก้าวไปสู่รอบต่อไปได้” มิลอส กล่าว
เฮดโค้ชสวาทแคทพูดถึงรอบรองชนะเลิศว่า “เรามาถึงตรงนี้ จะมีแต่ทีมใหญ่เข้ามา ผมคิดว่ามันไม่มีแรงกดดันอะไร ผมอยากเข้าไปรอบชิงชนะเลิศ และ ตอนนี้ผลงานของเราค่อนข้างดี ทั้งเกมลีก และ รายการนี้”
“ผมอยากเชิญชวนแฟนๆเข้ามาร่วมเชียร์พวกเรา เพื่อทำอันดับให้ดีที่สุดในบอลลีก และฝ่าฟันไปให้ถึงนัดชิงชนะเลิศในฟุตบอลถ้วยรายการนี้”
มิลอสกล่าวถึงฟอร์มของ ชาห์เรล ฟีกรี อีกว่า “เขามาร่วมทีมเราเมื่อสองเดือนที่แล้ว เขาเป็นผู้เล่นที่มีความทุ่มเทในการฝึกซ้อม มีความสามารถเฉพาะตัวที่ดี แต่ผมมองว่าลีกของมาเลเซียอาจจะไม่แกร่งเท่าลีกไทย ดังนั้นการเล่นของชาห์เรลจึงพัฒนาดีเป็นลำดับ”
“จากเกมที่แล้ว (เสมอ บียู 0-0) เขาเล่นได้ดีขึ้นมาก และ มาเกมนี้ก็จบสกอร์ได้ นั่นทำให้เขามีความมั่นใจ หวังว่าอีกสองเดือนที่เหลือ เขาจะสามารถพัฒนาตัวเองขึ้นมาได้มากกว่านี้เพื่อช่วยทีมเรา”
สำหรับ สวาทแคท จะปล่อยนักฟุตบอลพักช่วงเบรกโปรแกรมทีมชาติ 1 สัปดาห์ ก่อนจะกลับมารวมตัวฝึกซ้อม เตรียมทีมเข้าสู่โค้งสุดท้ายของ ไทยลีก 2018 ที่เหลืออีก 8 นัด และ ลีกคัพ 2018 รอบรองชนะเลิศ ต่อไป
ขอขอบคุณ : Nakhonratchasima FC