
สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดโอกาสให้ผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอลที่ผ่านการอบรมหลักสูตรของสมาคมฯ ช่วงก่อนปี ค.ศ. 2009 สามารถเทียบประกาศนียบัตรเป็นผู้ผ่านการอบรมที่ได้รับการรับรองและมีชื่อเข้าสู่ระบบออนไลน์ของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) โดยสามารถส่งหลักฐานมาที่ฝ่ายเทคนิคภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้
โดยที่ผ่านมาผู้ฝึกสอนบางรายไม่ปรากฏอยู่ในทะเบียนของสมาพันธืฟุตบอลเอเชีย ที่เริ่มเก็บสถิติโค้ชจากประเทศไทยในปี 2009 ซึ่งทางสมาคมฯ ได้รับหนังสือจากเอเอฟซี เกี่ยวกับข้อกำหนดในการเทียบประกาศนียบัตร เพื่อให้ผู้ฝึกสอนสามารถเป็นผู้ผ่านการอบรมที่ได้รับการรับรอง และมีชื่อเข้าสู่ระบบของเอเอฟซีต่อไป
ซึ่งทางด้านของ พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมฯ กล่าวว่า “สมาคมฯได้เปิดอบรมผู้ฝึกสอน โดยได้ใบประกาศนียบัตรจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย มาเป็นระยะเวลา 2 ปี รวมถึงคอร์สอบรมผู้ฝึกสอนเบื้องต้นของสมาคมฯ ที่เราปูฟื้นฐานให้กับผู้ที่สนใจเข้ามาเป็นผู้ฝึกสอนอาชีพ จนถึงตอนนี้มีผู้ผ่านการอบรมเป็นจำนวนมากกว่า 600 คน”
“ที่ผ่านมา เราพบว่าผู้สมัครบางท่านในอดีตเคยผ่านการอบรมโค้ช แต่เนื่องจากหาประวัติไม่พบหรือไม่มีชื่อในระบบ เพราะระบบรายชื่อโค้ชดังกล่าวเพิ่งเริ่มต้นเมื่อปี 2009 ซึ่งก็มีผู้ที่สนใจเข้าอบรมหลักสูตรผู้ฝึกสอนสอบถามเข้ามาหลายประเด็น และมีข้อมูลหลายอย่างที่ไม่ชัดเจนในการที่จะเข้าอบรมผู้ฝึกสอนระดับสูง เนื่องจากไม่พบการบันทึกประวัติ”
“เราจึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยผ่านการอบรมทั้งหมดก่อนช่วงปี 2009 ไม่ว่าจะเป็นระดับใด มายื่นให้กับทางสมาคมฯ เพื่อที่จะนำหลักฐานดังกล่าวยื่นต่อให้กับทางเอเอฟซี ตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ให้เกิดความชัดเจนทั้งหมด ให้เกิดการบันทึกอยู่ในระบบ และสามารถอบรมในระดับต่อไปได้ เพื่อให้ทราบแน่ชัดว่าตอนนี้อยู่ในระดับไหน”
“ซึ่งขั้นตอนหลังจากที่ผู้อบรมส่งหลักฐานเข้ามา ทางฝ่ายเทคนิคของสมาคมฯ จะนำหลักฐานดังกล่าวส่งให้กับทางเอเอฟซีตรวจสอบอีกครั้งภายในเวลาที่กำหนด เพราะเราเชื่อว่าหลายคนต่างสนใจที่จะเป็นผู้ฝึกสอนระดับอาชีพ จะได้ทราบว่าแต่ละคนสามารถทำหน้าที่ได้ในระดับใด”
สำหรับหลักฐานที่ผู้ผ่านการอบรมผู้ฝึกสอนในช่วงก่อนปี 2009 จะต้องใช้ในการเทียบประกาศนียบัตรกับเอเอฟซี ได้แก่
– ประกาศนียบัตรรับรองการผ่านการอบรมผู้ฝึกสอน ก่อนปี 2009
– สำเนาบัตรประชาชน
– รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 2 นิ้ว
– ภาพถ่ายระหว่างการเข้ารับการอบรม (ถ้ามี)
*ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อและ/หรือนามสกุล ขอให้นำส่งเอกสารเพิ่มเติม อาทิ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ โดยจะต้องเป็นฉบับภาษาอังกฤษ
สำหรับเอกสารทั้งหมดจะต้องเป็นภาพสีและไฟล์ .pdf โดยส่งมาที่อีเมล [email protected] ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2561 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-408-1523 (ภายในระยะเวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 – 17.00 น.)
ข้อมูลจาก Fair
